คำเตือน:
เอนทรี่นี้ยาวมากกกกก เพราะเพ้อหนังถึงสามเรื่อง
เป็นเอนทรี่พร่ำเพร้อ ไม่ได้ review หนัง และมี Spoil (บ้าง) นะคะ
 
 
ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาคือช่วงที่ดูหนังในโรงถี่ที่สุดในชีวิต คือดูแบบวันเว้นวันกันเลยทีเดียว (จนกรอบเลยค่ะ)
ก็มีทั้งเรื่องที่ตั้งใจไปดู และเรื่องที่โดน(กึ่ง)บังคับดู รวมๆแล้วสามเรื่องตามนี้เลย
 
ขอแจกแจงตามลำดับการดู 
 
เรื่องแรก
Star trek into the Darkness
 
 
ไม่เคยติดตามเรื่องนี้มาก่อน แต่อยากไปดูเพราะพี่เบเนดิกต์เล่นเป็นตัวร้าย (ติ่ง5555)
ถึงกับต้องหาstar trek 2009 มาดูเตรียมไว้ก่อนไปดูภาคนี้เลย ตอนดูภาค2009 จบ ปรากฏว่ามันสนุกว่ะค่ะ!! สนุกแบบคาดไม่ถึงเลย (แอบมีพี่คริส เฮมเวิร์ส มาเล่นตอนต้นเรื่องด้วย สมัยนั้นยังหนุ่มกิ้งเลยนะคะ)
 
ต่อๆที่ star trek 2013 
 
บอกเลยว่า สนุกมากกกกกกกกกกกกกกก ~~~~
 
เอฟเฟคตระการตาล้านแปด นี่ขนาดดูแบบ 2D นะ(เพราะจน) 
เป็นหนังที่แม้จะเป็นหนังแบบโคตรสูตรสำเร็จ แต่ตลอดเรื่องก็ไม่มีช่วงเบื่อเลยค่ะ การกระจายบทก็ดี ไม่มีใครถูกลืม (แม้แต่ "ยาหยี" ที่ต่อยกับพระเอกในบาร์ในภาค2009 555) เสียดายภาคนี้ ฮิคารุ ซูลู ออกน้อยไปนิด (ฉันชอบคนนี้)
นักแสดงทุกคนแสดงดีมากค่ะ สื่ออารมณ์กันสุดๆ กัปตันกับสปอค เข้าขากันดีมาก 
 
แต่ที่สำคัญคือ ตาคนนี้ค่ะ คนนี้เลย 
 
 
ต้วร้ายของภาคนี้ที่ฉันตั้งใจไปดูค่าาาาา John harrison โดย พี่เบนนนนน!!! 
 
และไม่ทำให้ผิดหวังเลย เฮียแกโผล่มากในฉากทีไรขโมยซีนสุดๆ!! พระเอกของเรื่องแทบเอาไม่อยู่!! (แต่เพราะแสดงดี+แรงหนุนจากสปอค เลยยังพอเอาอยู่ค่ะ)  
ตอนสู้กับที่ดาวอะไรสักอย่าง (ขออภัย จำชื่อไม่ได้) โคตรเท่เลยค่ะ แบกเครื่องดูดฝุ่นยักษ์(มันเหมือนจริงๆนะ) คนเดียวสู้กับศัตรูได้เป็นฝูง อย่างเมพ!!! ทีมพระเอกชิดซ้ายเลย และชอบตอนที่ร่วมมือกับพระเอกเพื่อขึ้นไปบนยานท่านนายพลด้วยค่ะ (แอบเชียร์ให้แทคทีมแบบนี้ไปเรื่อยๆ เหอะ อย่ากลับมาอยู่ฝั้งตรงข้ามกันเลย ตอนแทคทีกับกัปตันมันเอาใจแฟนเกิร์ลไปเลยนะ แฮริสัน) << แน่นอนว่าไม่มีทางเป็นไปได้ T T
 
แอบดีใจที่ตอนสุดท้ายผู้กำกับไม่ให้แฮริสันตาย หวังว่าจะฟื้นขึ้นมาป่วนในภาคต่อๆไปอีกนะ
 
สรุปง่ายๆว่า ชอบกัปตัน ชอบสปอค ชอบลูกเรือเอนเทอไพรซ์ แต่หลงตัวร้ายมากกกก หากตัวร้ายโผล่มา ไม่ว่าจะฉากไหน ฉันก็ชอบหมดล่ะค่ะ 555 (ผู้กำกับเข้าใจอะไรผิดป่าววะ ทำไมสร้างตัวร้ายซะหล่อเท่ เก่งเมพ ขนาดนี้ จะรู้มั้ยว่าสาวๆเอาใจเชียร์ให้ตัวร้ายทำลายโลกสำเร็จมากกว่าพระเอกอีกนะเฟ้ย!!)
 
ปล.อยากดูแบบ Imax อีกสักรอบจัง เห็นคนอวยว่าดีมาก (แต่แอบเสียดายตัง T T)
ปลล. ดูแฮรริสันแล้วโคตรเดจาวูกับโลกิเลยค่ะ (แต่ตานี้ร้ายกว่ากิเยอะ) แต่ชอบทั้งคู่น้า I love villians!!!
 
เอาความเดจาวูมาเทียบกันชัดๆ (ฉากเดิน ฉากตัวร้ายในโหลแก้ว? 555)
 
 
 
เรื่องที่สอง
Iron man3
 
 
อันนี้ไม่ได้โดนบังคับไปดู แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจไปดู (ยังไง?) คือส่วนตัวไม่ได้อยากดูมาก แต่เหมือนมีพลังงานบางอย่างบังคับว่าต้องดู (อะไรวะ?) สรุปเลยได้ไปดู
 
แต่ตอนไปดูโชคร้ายเบาๆ เพราะที่นั่งหลังเราเป็นเด็ก!! เด็กเล็กอายุราว4-8 ขวบ ถึง 3 คน !! (โอ้ ไม่~!) มากับพ่อแม่ และก็ตามประสาเด็กจริงๆค่ะ ถามโน่นนี่เป็นช่วงๆเลย แต่ก็เข้าใจน้องเขานะ ว่าก็เด็กอ่ะ แม้จะรำคาญบ้างแต่ยังอยู่ในขอบเขตที่พอจะรับได้ (แต่มีช่วงนึงที่น้องจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วตะโกนเรียกพ่อซะลั่นโรงเลย ยังดีที่ตอนนั้นเป็นฉากเสียงดังๆ แต่ยังไงก็ไม่ควรนะจ้ะ หนู)
 
กลับมาที่ตัวหนัง
 
สารภาพว่าไม่ค่อยอะไรกับไอรอนแมนเท่าไหร่ ภาค1 กะ 2 ก็ดูอย่างละครั้งทางทีวี แถมดูไม่ปะติดปะต่อ เลยจำเรื่องราวสองภาคแรกไม่ค่อยได้ ที่จริงแอบหมั่นไส้ตาโทนี่ด้วย เพราะพูดมาก 555 
ส่วนภาค3 นี้ เราดูจบก็ว่า สนุกดีนะ ฮาเป็นพักๆแต่ฮาจริงจังจนหลุดหัวเราะออกมาก หนังไม่มีช่วงเบื่อด้วย แต่อาจเพราะรำคาญเด็กด้านหลังจึงทำให้เสียสมาธิในการดูนิดหน่อย แต่ภาคนี้มีจุดถูกใจสองสามจุด
 
1. Javis ภาคนี้นายน่ารักขึ้นนะ ดูง้องแง้ง เถียงกับเจ้านายตาหร้อดดดดดดด~~
2.เจ้าหนูฮาร์ลี่ ต้อยของโทนี่ สตาร์ค น่ารักมากกกกกก ตาโทนี่ก็น่ารักมากกกกเวลาอยู่กับเด็กคนนี้
เข้าขากับดีชะมัด (จา์วิสมีคู่แข่งแล้วแหละ) นาฬิกาลิมิเต็ด อาร้ายยยย~ เราเชื่อมถึงกัน อาร้ายยยยย~ เจ้าเด็กนี่แสบมิใช่น้อยนะน้อง!
3.Miss Pott (แน่นอน!) พระเอกตัวจริงของภาคนี้นะเฟ้ย ปราบตัวร้ายสำเร็จ เท่มากกับสปอร์ตบราสีดำ นี่คือยุคของ heroine แล้วสินะ!
 
นอกจากสองสามข้อด้านบนแล้วอีกจุดที่เราชอบของภาคนี้คือตาโทนี่บู้ได้โดยไม่ใส่เกราะ ทไให้เราเห็นด้านเจ๋งๆของพระเอกที่ต่อให้ไม่มีเกราะแล้วก็ยังสู้ได้อยู่นะเว้ย ผิดจากที่ผ่านๆมา (ทำเอาป๋าเท่แบบ level up ขึ้นไปอีก )
 
ปล. ตัวร้ายไม่damage ขอไม่กล่าวถึง
ปลล. ท่านนายกในชุดเกราะเท่ตอนโหนสลิงค์ เท่มาก~~
 
 
 
เรื่องที่สาม
The Great Gatsby รักเธอสุดที่รัก
 
 
(ชอบชื่อไทย ชอบโปสเตอร์ ชอบที่นางเอกห้อยอยู่ข้างล่าง มันดูน่ารักดีนะ)
 
นี่คือเรื่องที่ถูกเพื่อน(กึ่ง)บังคับให้ดูด้วย เข้าโรงไปแบบแอบเสียดายตังค์เล็กน้อย เพราะไม่เคยสนใจเรื่องนี้ ไม่เคยดูเทอเรอร์ และไม่มีความคิดที่จะดูแม้แต่นิด
 
แต่พอได้ดูแล้วมัน ประทับใจมากกกกก
อาจเป็นเพราะไม่มีการคาดหวังก่อนไปดูด้วยรึเปล่าก็ไม่แน่ แต่ก็คิดว่าเป็นหนังที่น่าประทับใจอยู่ดีค่ะ
 
The Great Gatsby เป็นหนังเกี่ยวกับพ่อเศรษฐีหนุ่มรวยโคตรๆ นามว่า เจย์ แกสต์บี้ ผ่านมุมมองของ นิค คาราเวย์ หนุ่มธรรมดาสามัญที่เป็นเพื่อนบ้าน นิคมีญาติสาวชื่อเดซี่ ที่ตอนนี้แต่งงานกับเศรษฐีผู้ดีเก่าชื่อทอม แต่เดซี่เนี่ย คือคนรักของแกสต์บี้ ที่ไม่ได้พบกันนานห้าปีเพราะสงคราม และเขายังรักเธออยู่ค่ะ
 
ช่วงแรกของหนังออกแนวเฉื่อยๆนิดหน่อย แต่ต่อมาก็ลุ้นเรื่อยๆ หนังยาวมาเกือบสองชั่วโมงครึ่ง แต่ไม่มีช่วงง่วงเลยค่ะ(สำหรับเรานะ แต่เพื่อนเราบางคนก็ง่วง) มีช่วงกุ้กกิ้กน่ารัก ช่วงสวีท ช่วงกดดัน มีเกือบครบทุกอารมณ์แหละเรื่องนี้
เรื่องภาพก็ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ อลังการงานสร้างล้านแปดมาก สวยมากๆสำหรับหนังสเกลเล็กๆแบบนี้ (เรื่องแย่งผัวแย่งเมียเองแท้ๆ) แสดงให้เห็นถึงยุคเฟื่องฟูของอเมริกันในช่วง 1920 สุดๆ ตัวละครแทบไม่ทำงานทำการเรื่องค่ะ สังสรรค์ ปาร์ตี้ เที่ยวเล่น ดื่มเหล้าต่างน้ำทั้งเรื่องอ่ะ
 
อยากจะบอกว่าชอบเพื่อนนางเอก(จอร์แดน)มากกว่าอีก สวยมั่นมาก เท่สุดๆ เท่ตั้งแต่ชื่อแล้ว ยิ่งตอนใส่ชุดเปิดหลังในงานปาร์ตี้นี่สุดยอดเลย เดซี่ก็น่ารักนะ แต่ฉันชอบสาวเท่มากกว่าค่ะ
 
อีกจุดที่ชอบคือความสำพันธ์ของนิคกับแกสต์บี้ เพราะในหนัง จะเล่าเรื่องแกสต์บี้ผ่านมุมมองของนิค เลยทำให้เรารู้สึกว่า นิครู้จักและผูกผันกับแกสต์บี้ยิ่งกว่านางเอกอีกอะ ยิ่งช่วงแรกๆที่แกสต์บี้จับตาดูนิคเพราะนิคเป็นญาติของเดซี่อ่ะ (แกสต์บี้กะใช้นิคเป็นสะพาน) แต่นิคยังไม่รู้จักแกสต์บี้ ดูแรกๆยังคิดว่าบรรยากาศโคตรเกย์เลยค่ะ555
 
แต่มาจิ้ดเอาตอนจบสุดๆอ่ะ ตอนที่แกสต์บี้รอโทรศัพท์จากเดซี่ แล้วถูกยิงตาย คนที่โทรมาไม่ใช่เดซี่แต่เป็นนิคอ่ะ โอยยยย ฉากนั้นโคตรรรรรรรรร สงสารแกสต์บี้ อ่ะ T T ฮืออออ
ยิ่งฉากงานศพยิ่งไปกันใหญ่ ไม่มีใครมางานศพแกสต์บี้เลยนอกจากนิค
(นิคบรรยายว่า " คนที่มาปาร์ตี้ที่บ้านเขาเป็นร้อยเป็นพันคนตอนนั้น ไม่มีสักคนที่จะโผล่มางานศพเขา" )
 
หากเป็นแกสต์บี้ ต่อให้ไม่โดนยิงตายก็ตรอมใจตายละวะ แกสต์บี้ต่อให้รวยแค่ไหนก็ไม่มีคนจริงใจด้วย มีแต่นิคนี่แหละที่นับถือและรักแกสต์บี้จริงๆ โอยๆ สะท้อนอะไรได้หลายอย่างเลย 
 
แต่เราก็ไม่คิดว่านางเอก bitch นะคะ (ไม่เหมือนเรื่อง 500 days of summer เรื่องนั้นเราคิดว่า นางเอก bitch อ่ะ =*=) เพราะหนังทำให้เราเข้าใจการกระทำและความคิดของตัวละครแต่ละตัวอ่ะ
 
แกสต์บี้ - จมปลักกับเดซี่มากเกินไป แสวงหาความร่ำรวยแบบอุดมคติเกินไป เชื่อมั่นในเงินตรามากเกินไป
เดซี่ - รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงธรรมดาๆนี่แหละ ที่ขี้ขลาด ไม่กล้าตัดสินใจให้เด็ดขาด เลือกที่จะปกป้องตัวเองก่อน
 
ดังนั้นในหนังเรื่องนี้ เราจึงชอบมิตรภาพของนิคที่มีต่อแกสต์บี้มาก จริงใจ นับถือ และห่วงใยกันจริงๆ (อาจเพราะนิคเป็นคนนอกและเป็นคนธรรมดาๆด้วยมั้ง เลยง่ายๆไม่ซับซ้อน) รองลงมาคือ ความรักที่แกสต์บี้มีให้เดซี่ แม้จะจบแบบ BAD END ก็เหอะT T
 
ขออีกนิด ตอนท้ายเรื่องอ่ะ ที่นิคพิมพ์เรื่องราวของแกสต์บี้เป็นนิยาย พิมพ์บนปกหน้าว่า Gatsby แล้วค่อยเขียนคำว่า The great เพิ่มไปทีหลัง ช่วงนี้ซับมันขึ้นมาว่า "The great Gatsby รักเธอสุดที่รัก" คือเราขำตรงนี้มากเลย กับคำว่า รักเธอสุดที่รักอ่ะ T T เพราะมันเป็นข้อความ(The great) ที่นิคเขียนถึงแกสต์บี้นะเว้ย แต่มันดันแปลว่า รักเธอสุดที่รัก อ่ะ โอยยย~ If you know what I mean นะคะ
 
 
 
สรุปในสามเรื่องนี้นะคะ ถ้าให้เรียงตามความชอบส่วนตัว จะเป็นประมาณนี้
 
Star Trek > The Great Gatsby > Iron man3
 
แต่ก็สนุกทุกเรื่องแหละ

edit @ 19 May 2013 15:30:06 by MiTT

edit @ 19 May 2013 15:35:24 by MiTT

Comment

Comment:

Tweet

กลับกันกับเรา ตอนไปดูสตาร์เทรคนี่ไม่รู้จักตัวร้ายเลย พอกลับมาเท่านั้นแหละ ท่านเบนขาาาาาาาา ตามไปดูเชอร์ล็อคโดยพลัน
เสียงฮีแบบว่า ทุ่มต่ำบาดใจฆ่าคนตายได้อ่ะ อ๊ากกๆๆ
ironman นี่เพื่อนลากไปเหมือนกัน จำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าดูภาคก่อนหน้ามาหรือยัง แต่กลับมาเพ้อจิ้นวาย นายโทนี่กับjavis 
เรื่องสุดท้ายไม่ได้ดูจ้า

#1 By [ Sai ];charot on 2013-05-26 00:53